posted on 26 Nov 2008 21:23 by pcrush
ได้ฟังหลายๆกลุ่มออกมาบอกว่า เราทำเพื่อประชาธิปไตย
หรือ ประชาธิปไตยเป็นระบบการปกครองที่ถูกต้อง หรือ เผด็จการเป็นการถอยหลังลงคลอง หรืออย่างอื่นที่ออกมาพูดอยู่ทุกวัน
แต่จะมีซักกี่คนที่เข้าใจคำว่า "ปรชาธิปไตย" "เผด็จการ" "อนาธิปไตย" "คอมมิวนิสต์" " สมบูรณาญาสิทธิราช"
หรือ "ระบบศักดินา"
ในที่นี้คงไม่อธิบายถึงรูปแบบการปกครอง หรือ รูปแบบรัฐบาลต่างๆ และคงไม่บอกด้วยว่าแบบไหนดีที่สุด เพราะ "รูปแบบที่ดีที่สุด ไม่มี" รูปแบบของรัฐบาลนั้น ขึ้นอยู่กับ "สภาพสังคม" ในรัฐนั้น
ดังนั้น รัฐต่างกัน การปกครองก็ต้องต่างกันด้วย "ต้องเป็นการปกครองที่ เหมาะสมกับรัฐนั้นที่สุด"
คือ "รัฐเล็กๆ เหมาะกับการปกครองแบบประชาธิปไตย
รัฐขนาดกลาง เหมาะกับรุปแบบอนาธิปไตย
และรัฐใหญ่ๆ เหมาะกับเผด็จการ"
คำกล่าวนี้อาจจะเก่าไปเพราะเขียนขึ้นตั้งแต่ปี คศ 1700
แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐแต่ละรัฐจะให้ใช้ระบอบการปกครองเดียวกันเป็นไปไม่ได้
ส่วนที่กระแสประชาธิปไตยฟีเวอร์นั้นเกิดขึ้นช่วงสงครามเย็น เป็นเพราะการแข่งขันกันอย่างงี่เง่าระหว่างประเทศมหาอำนาจ 2 ประเทศ
ถ้ามันไม่ฟีเวอร์ ปัจจุบันอาจจะเห็นประเทศหลายประเทศพัฒนาไปไกลกว่านี้ก็ได้
แต่ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทยไม่ควรปกครองระบอบนี้ แต่ไปใช้การปกครองอื่น
ในเมื่อเราปกครองระบอบนี้ก็สมควรจะยึดมั่นในระบอบนี้
จะขอย้อนไปหน่อย ว่าทำไมรัฐควรจะปกครองต่างกัน เพราะสภาพสังคมต่างกัน
สภาพสังคมต่างกันก็ปกครองแบบเดียวกันไม่ได้ ประเทศที่มีคนโกงกินเยอะ ก้ไม่ควรใช้ระบบที่ประชาชนปกครองกันเอง
ประเทศที่มีคนบ้าอำนาจ ควรจะให้คนเรานั้นมาร่วมกันปกครอง แต่ในเมื่อประเทศหนึ่งฝืนสภาพสังคมเปลี่ยนการปกครอง
สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือ จัดโครงสร้างทางสังคมใหม่ ย้อนดูที่ประเทศไทย หลัง 2475 ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
จะมีก็แต่คนมุ่งหาอำนาจมากขึ้นเท่านั้น หากดูจากฎีกาเก่าๆจะเห็นเลยว่า คนยุคนั้นยังไม่เข้าใจกฎหมาย ไม่เข้าใจประชาธิปไตย แล้วจะรีบเปลี่ยนไปทำไม
เพราะการเปลี่ยนเปลี่ยนโดยไม่ได้จัดโครงสร้างนี้เอง ทำให้เกิดปัญหาขึ้นหลายครั้ง คนยังไม่เข้าใจคำว่าประชาธิปไตย คนที่รู้แล้วก็คิดว่าตัวเองแน่ รู้หมด
ทั้งๆที่ความจริง คนรู้ควรสอนคนไม่รู้ สอนให้เยอะที่สุด จนคนส่วนมากเข้าใจคำนี้
เข้าใจคำว่า "หน้าที่ " "สิทธิ" และ "เสรีภาพ"
กลับกลายเป็นว่า คนที่รู้ก็เอาคำนี้มาหากิน มาใช้ประโยชน์ มาเป็นฐานอำนาจ แล้วหลอกคนที่ไม่รู้ให้แกล้งว่าีู้รู้
แล้วเอาคนที่ไม่รู้นั้นมาเป็นฐานเสียงตัวเอง
จึงกลายเป็นวงจรอุบาท ที่คนรู้จริง รุ้แน่ รุ้เกินตัว หลอกคนที่ไม่รู้
จะเห็นได้ว่า ประชาธิปไตยไทยเป็นภาพมายาอย่างเห็นได้ชัด
"ต้องปฎิรูปสังคมก่อน แล้วถึงปฎิรูประบบ"
ต้องให้คนเข้าใจ และเคยชินกับมันก่อน ถึงเปลี่ยนได้
การเปลี่ยนระบบก่อน โดยสังคมไว้ทีหลังจะเกิดปัญหาอื่น ข้างล่างตามไม่ทัน ข้างบนหวังอย่าง ข้างล่างหวังอย่าง ซึ่งไม่ควร
"ควรจะเน้นถึงสังคมก่อนแล้วค่อยนึกถึงการปกครอง"
หากทำตามนั้นแล้ว รุปแบบรัฐที่ดีที่สุด จะเกิดขึ้นแน่นอน และภาพมายาของสังคมประชาธิปไตยจอมปลอมในหลายประเทศจะหายไปแน่นอน
ผู้ไม่รู้กาลเทศะ คือคนบาป แบบหนึ่ง
เท่าที่อ่านมา ก็ยอมรับว่าที่เขียนนั้นก็จริงนะ ทุกรัฐมันก็ไม่ได้มีคนแบบเดียวกันนี่นะ การค้นหาสิ่งที่เหมาะสมที่จะอยู่นั่นเป็นสิ่งที่ดี
แต่อย่าให้ใครต้องมานั่งกู้ซากอย่างนี้อีก สิบปีกู้ทีก็ไม่ค่อยไหวเหมือนกัน
#1 By GOH-TIC on 2008-11-26 21:55