ยูโทเปีย สังคมในอุดมคติ ความจริงที่เป็นไปไม่ได้
posted on 13 Feb 2009 17:03 by pcrushจากเอนทรีที่เขียนไปเมื่อหลายชาติก่อน เรื่องปฏิรูปสังคมอะไรนั้น สุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่าควรจะทำให้สังคมมันเป็นยังไง
สังคมยูโทเปีย หรือสังคมในอุดมคติที่หลายๆคนพูดกัน และที่บอกว่าเป็นไปไม่ได้
ซึ่งมันก็จริง
สังคมยูโปเปีย คือสังคมเกษตร โดยมีรัฐสภาเป็นผู้ปกครอง ทรัพย์สินทุกอย่างล้วนเป็นของกันและกัน เราเป็นเจ้าของทรัพย์ท่าน ท่านเป็นเจ้าของทรัพย์เรา บ้านเราบ้านท่าน ต่างก็เข้าออกถึงกันได้ โจรผู้ร้ายไม่เคยปรากฏเพราะความกินดี อยู่ดี และน้ำใจอันดีงาม ร้านเหล้า การพนัน สิ่งบ่อนทำลายความสงบสุขไม่มี เพราะชาวยูโทเปียทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่ก็ไม่ได้ทำงานหนัก ทำงานเพียงวันละ 6 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เรื่องสังคมการปกครองนั้นมีรัฐสภาเป็นผู้นำ การออกกฎหมายก็ต้องมีการประชุมหันหลายครั้ง หลากประชาชนไม่พอใจ ก็สามารถร้องเรียนได้
นี้คือคำอธิบายอย่างง่ายๆของสังคมนี้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ตราบเท่าที่มนุษย์ยังมีกิเลสอยู่
สำหรับชื่อเรื่อง คำว่ายูโทเปีย มาจากภาษากรีก หมายถึงเมืองที่ดีหรือเมืองที่ไม่มี ณ แห่งหนใด
ส่วนชื่อเมือง คือ เมืองอามอรอท (Amaurote) เมืองศูนย์กลางแห่งยูโทเปีย ก็แปลว่าเมืองแห่งความมืดมัว ส่วนตัวละครที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของยูโทเปียก็ชื่อ ราฟาเอล ไฮโธลเดย์ (Hytholday) ซึ่งแปลว่าผู้ที่พูดแต่เรื่องไร้สาระ หรือประเทศข้างเคียงอย่างชาวโพลีเลอไรท์ส (Polylerites) ก็แปลว่าคนเหลวไหล ซึ่งล้วนแล้วแต่แสดงถึงเจตนาของผู้เขียน ที่จะชี้ให้เห็นว่ายูโทเปียนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้นเท่านั้น
เจ้าของแนวคิดนี้คือ เซอร์โธมัส มอร์ นักปรัชญามานุษยนิยมชาวอังกฤษ เขียนขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1516 ในยุคสมัยของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 แห่งราชวงศ์ทิวดอร์ (สมัยเดียวกับกรุงศรีอยุธยาตอนต้น) โดยเขียนขึ้นเป็นภาษาละตินและต่อมาได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 1551 โดยราล์ฟ โรบินสัน มอร์ โดยปัจจุบันมีการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยแล้ว โดยสมับัติ จันทรวงศ์
เหตุผลที่เขียนขึ้นนี้ก็เพื่อเตือนสติพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ผู้เคยกล่าวว่า “หากต้องเลือกระหว่างเรา กับ พระเจ้า จงเลือกพระเจ้า” แต่ใครจะรู้ปลายทางของเซอร์ โธมัส มอร์ ผู้เลือกเส้นทางแห่งพระเจ้า กลับถูกพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ประหาร เพราะขัดความสุขพระองค์
ในสมัยของท่านโธมัสนั้น มีปัญหาทางสังคมอยู่มาก ทั้งความแตกต่างทางความเป้นอยู่ของขุนนาง กับ ประชาชน หรือเรื่องภาษีที่สูงลิ่ว ด้วยเหตุนี้พร้อมกับแรงบันดาลใจจากหนังสือเรื่อง “Republic” ของเพลโต ท่านจึงเขียนหนังสือ เรื่อง ยูโทเปีย นี้ขึ้นมา โดยออกแนว ตลกร้าย เสียดสีสังคม โดยหวังว่าผู้ที่อ่านหนังสือเล่มนั้น(พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8) ตระหนักถึงเรื่องของสังคม ว่าควรจะทำไปในทิศทางใด ควรจะดำเนินการอย่างไร เพื่อความสงบสุขของสังคม แต่สุดท้าย ความคิดนี้ก็สื่อไปไม่ถึงพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ส่วนผู้คนในยุคต่อมา ก็เห็นว่ามีผู้อ่านอยู่บ้าง แต่จะมีผู้ใด นำแนวทางนี้ไปแก้ปัญหา แม้หนทางในยูโทเปียจะเป็นเรื่องอุดมคติ แต่ก็ใช่ว่าจะนำไปใช้ไม่ได้ คนที่บอกว่าเป็นเรื่องอุดมคติแล้วไม่นำไปแก้ปัญหา คือคนที่ไม่คิดจะทำอะไรเลยมากกว่า ถ้าไม่คิดจะทำแล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร
ยูโทเปียจึงเป็นวรรณกรรมทางสังคมเรื่องเยี่ยมเรื่องหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าหากมีการนำไปใช้ จะสามารถแก้ปัญหาสังคมได้ในทุกสังคมแน่นอน
อ้างอิง http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q3/2008september24p3.htm
http://gotoknow.org/blog/wanttotell/80621
ยูโทเปีย แปลโดยสมับัติ จันทรวงศ์
ล้อเล่น
แต่ มันอุดมคติ ม๊าก มาก
จน [ มันน่าจะเกิดขึ้นจริงในโลกนี้หรือ ]
#1 By Arcobaleno on 2009-02-13 20:28