นายวีระ มุกสิขพงศ์ กับ คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
posted on 09 Apr 2009 01:19 by pcrush in Lawช่วงนี้เสื้อแดงป่วนเมือง เลยต้องมีคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แน่ๆ
ที่เอามาลงก็เป็นตัวอย่่างหนึ่งของคดีนี้ ส่วนเนื้อหาของความิดฐานนี้เดี่ยวจะมาเขียนทีหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2354/2531
|
พนักงานอัยการ จังหวัด บุรีรัมย์ |
โจทก์ |
|
นาย วีระ มุสิกพงศ์ |
จำเลย |
เ็ป็นคดีตอนที่ นายวีระ มุกสิขพงศ์ จำเลย ดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สังกัดพรรค ประชาธิปัตย์ (ปี พ.ศ.2529)
"และเป็นลูกรักป๋าเปรมสมัยนั้น"
เนื้อความบ้างช่วงบางตอน
" จำเลยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการและเลขาธิการพรรคการเมือง ได้กล่าวต่อประชาชนเพื่อช่วยหาเสียงให้แก่สมาชิกพรรคการเมืองของตนมีความว่า ถ้าเลือกเกิดได้ จะเลือกเกิดใจกลางพระบรมมหาราชวังออกมาเป็นพระองค์เจ้าวีระไม่ต้องมายืนตาก แดด พูดให้ประชาชนฟังถึงเวลาเที่ยงก็เข้าห้องเย็น เสวยเสร็จก็บรรทม ตื่นอีกทีบ่ายสามโมงพอตกเย็นก็เสวยน้ำจัณฑ์ให้สบายอกสบายใจ เป็นการกล่าวเปรียบเทียบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราช กุมาร องค์รัชทายาททรงมีความเป็นอยู่สุขสบาย ไม่ต้องปฏิบัติพระราชภารกิจใด ๆ ต่างกับจำเลยที่เป็นลูกชาวนา ต้องทำงานหนัก ซึ่งข้อความที่จำเลยกล่าวนั้นไม่เป็นความจริงจึงเป็นการใส่ความโดยประการที่ น่าจะทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯลฯ ทรงเสื่อมเสียพระเกียรติยศชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง "
" ผมถ้าเลือกเกิดเองได้ ผมจะไปเลือกเกิดทำไมเป็นลูกชาวนาจังหวัดสงขลา จะไปเลือกเกิดอย่างนั้นทำไม ถ้าเลือกเกิดได้ก็เลือกเกิดมันใจกลางพระบรมมหาราชวังนั่น ออกมาเป็นพระองค์เจ้าวีระซะก็หมดเรื่อง ไม่จำเป็นต้องออกมายืนตากแดดพูดให้พี่น้องฟังเวลาอย่างนี้เที่ยง ๆ ก็เข้าห้องเย็น เสวยเสร็จก็บรรทมไปแล้วตื่นอีกทีก็บ่ายสามโมง ที่มายืนกลางแดดอยู่ทุกวันนี้ ก็มันเลือกเกิดไม่ได้ "
" จำเลยได้ไปกล่าวปราศรัยที่หน้าที่ว่าการอำเภอสตึก ต่อหน้าประชาชนที่มาฟังประมาณ 1หมื่นคน มีข้อความตอนหนึ่งว่า ถ้าคนเราเลือกที่เกิดได้ผมทำไมจะไปเกิดเป็นลูกชาวนาที่สงขลา ให้มันโง่อยู่จนทุกวันนี้ผมเลือกเกิดมันใจกลางพระบรมมหาราชวังไม่ดีเหรอ เป็นพระองค์เจ้าวีระไปแล้ว ถ้าเป็นพระองค์เจ้าป่านนี้ก็ไม่มายืนพูดให้คอแหบ คอแห้ง นี่เวลาก็ตั้งหกโมงครึ่ง ผมเสวยน้ำจัณฑ์ เพื่อให้มันสบายอกสบายใจไม่ดีกว่าเหรอ ที่มายืนพูดนี่ก็เมื่อยพระชงฆ์เต็มทีแล้วนะ "
พระบรมมหาราชวัง เป็นของพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงสร้างขึ้นไว้เพื่อเป็นที่ ประทับของพระองค์และพระบรมราชินี เป็นที่ประสูติพระราชโอรสและพระธิดา
จำเลยกระทำความผิดนั้นจำเลยพูดโดยมี เจตนาจะแก้ข้อที่ว่าคนเรานั้นเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถที่จะเลือกทำความดีได้
ส่วนการที่จำเลยยกเรื่องดังกล่าวขึ้นพูด "เป็นเรื่องอุปมาอุปไมย" เพื่อให้ประชาชนเข้าใจชัดว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้จริง ๆ
จำเลยไม่ได้มุ่งที่จะเปรียบเทียบหรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือองค์รัชทายาทแต่อย่างใดคำว่าถ้าเลือกเกิดได้นั้นเป็นเรื่องที่จำเลย สมมุติตัวเองขึ้น และคำว่าพระองค์เจ้าวีระนั้นจำเลยหมายถึงตัวจำเลยเอง เป็นเรื่องที่จำเลยสมมุติขึ้น
บทสรุป
ศาฎีกา
ให้ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทงเป็นจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 91 ให้จำคุกกระทงละ 3 ปีรวมสองกระทง เป็นจำคุก 6 ปี
อันเป็นการจบชีวิตทางการเมืองของนายวีระเช่นนี้แล
แต่สุดท้ายก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ จากการดำนินเรื่องและการช่วยเหลือของ "พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้น"
และปัจจุบัน คุณวีระก็ไปตอนแทนป๋าเปรมด้วยการ "ชี้หน้าด่าอยู่หน้าบ้านแล้ว"
ข้อมูลเบื้องต้น
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=261520
คำพิพากษาเต็มๆ
http://deka2007.supremecourt.or.th/deka/web/docdetail.jsp#
http://deka2007.supremecourt.or.th/deka/web/docdetail.jsp
ปล. ไม่ลงรูป เพราะไม่เดี่ยวเป็น (...) แก่บลอค
//รู้สึกลิ้งค์จะใช้ไม่ได้ ให้เข้า http://deka2007.supremecourt.or.th/deka/web/search.jsp แล้วค้นหาจากเลขคำพิพากษา
)
#1 By kitipan on 2009-04-09 01:58