หากพูดถึงปัญหาคุณภาพชีวิตเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งของคนในกรุงเทพคงไม่พ้นเรื่องรถติด ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมายาวนาน และไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้ว่า ทำถนน อะไรมากมายก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านหนังสือชื่อ “นักสืบเศรษฐศาสตร์” ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 2006 และได้นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาคมนาคมไว้อย่างน่าสนใจ และสามารถนำมาใช้ได้จริง

ก่อนจะนำเสนอ ขอถามก่อนว่า “เหตุใดรถจึงติด?” หลายคนอาจตอบว่า “เพราะรถเยอะ รถจึงติด” แล้ว “ทำไมรถเยอะ?” จริงๆแล้ว การมีรถเยอะ รถก็อาจจะไม่ติดได้ ถ้าเป็นเพียงขับไปมาใกล้ๆ สาเหตุที่รถติดเพราะ “ต้นทุนในการใช้รถ ใช้ถนนนั้นต่ำ” จริงๆแล้วต้นทุนในการใช้รถอาจไม่ต่ำก็ได้ ถ้ารวมค่าน้ำมันเข้าไปด้วย แต่หลายๆบริษัทก็มีสวัสดิการในส่วนนี้ให้ ดังนั้นต้นทุนที่ต่ำจริงๆคือ “การใช้ถนน”

เพราะการขับไปไหนมาไหนนั้นฟรี ไม่เสียค่าใช้ เมื่อคุณซื้อรถมาแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีต้นทุนคือค่ารถ ค่าประกัน ค่าน้ำมัน รวมถึงค่าจิปาถะอื่นๆ ส่วนที่เหลือคุณใช้ได้ฟรีหมด เมื่ออาหารบุฟเฟต์ที่เสียครั้งเดียวแล้วเติมได้ไม่อั้น

แต่ถ้าเราเพิ่มต้นทุนในการใช้ถนนเข้าไป อย่างง่ายสุดเช่น ค่าจอดรถ ค่าจอดรถในห้างหรือสถานที่สำคัญๆเก็บไม่กี่สิบบาท่อชั่วโมง หรือต่อวัน ถ้าเราเพิ่มค่าจอดเช่น วันละ 100 บาท จะลดปริมาณการใช้รถไปได้หรือไม่? คำตอบคือ “ยาก” เพราะคนก็จะหาที่จอดรถฟรีข้างทาง

หรือขั้นต่อมาถ้าเราคิดค่าธรรมเนียมในการใช้รถ ตามจำนวนครั้งที่ขับรถออกจากบ้านเช่น 100 บาทต่อครั้ง ก็อาจจะทำให้คนใช้รถเริ่มคิดมากขึ้น ถ้าเป็นการเดินทางใกล้ๆ ก็อาจจะใช้วิธีเดินเท้า หรือจักรยานแทน แต่สำหรับระยะทางไกลๆ เช่น การขับรถเข้าเมืองก็จะยังแก้ปัญหาไม่ได้ถาวร

ขั้นตอนสุดท้ายคือการคิดค่าธรรมเนียมตามระยะทาง เช่นขับรถคิดกิโลเมตรละ 10 บาท การขับรถเข้าไปในตัวเมืองที่มีระยะทาง 20 กิโลเมตร บวกค่าทางด่วน 45 บาท ก็จะเป็นค่าเดินทางวันละ 245 บาท ไม่รวมค่าน้ำมัน หรืออาจจะคิดในอัตราก้าวหน้าก้ได้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ว่ามาก็่สูงพอสมควรสำหรับการตัดสินเปลี่ยนจากรถส่วนตัวเป็นรถสาธารณะ(หากไม่พอก็ขอให้เพิ่มตัวเลข)

การคิดค่าธรรมเนียมเช่นนี้จะสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้รถที่มีจำนวนมาก ให้มาใช้รถสาธารณะ เมื่อรถในถนนมีจำนวนน้อยลง รถสาธารณะก็จะทำเวลาได้เร็วขึ้น และจะสามารถถึงที่หมายได้เร็วขึ้นอีกด้วย สมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย

แต่แน่นอนว่าการคิดค่าธรรมเนียมแบบนี้ได้ จะต้องมีระบบขนส่งมวลชนที่ดีด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ และจะสร้างปัญหาตามมาอีกด้วย

วิธีการแก้ปัญหาโดยการคิดค่าธรรมเนียมสูงๆแบบนี้แน่นอนว่าผู้ใช้รถจะต้องออกมาต่อต้าน แต่การต่อต้านแบบนี้แปลว่่าพวกเขาได้รับผลกระทบ และหากมีการใช้นโยบายนี้จริง พวกเขาก็จะเลิกใช้รถ การประท้วงแบบนี้จึงมีความหมายแฝงว่า “เป็นนโยบายที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง”

ที่อังกฤษได้มีการพยายามใช้นโยบายที่ว่านี้ในปี 2003 โดยการคิดค่าธรรมเนียมวันละ 5 ปอนด์ในการขับรถเข้าเมือง นโยบายนี้ก็ประสบผลสำเร็จโดยเห็นได้จากตัวเลขการใช้รถประจำทางเพิ่มขึ้น 15% คนขับรถ 55% หันไปใช้รถสาธารณะ และ 20% เดินทางโดยวิธีการอื่นๆ

ในส่วนบ้านเราก็มีการใช้นโยบายแบบนี้อย่างอ้อมๆโดยการคิดภาษีรถยนต์แพงๆ แต่รถเยอะไม่ใช้สาเหตุของปัญหา สาเหตุของปัญหาจริงๆคือ ผู้คนใช้รถได้อย่างสะดวง จุใจต่างหาก อีกทั้งยังมีคนจำนวนหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องใช้รถ เช่น เพื่อค้าขาย(นโยบายดังกล่าวที่ว่ามาอาจยกเว้นให้คนบางกลุ่มได้)

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ด้วยวิธีการคิดค่าธรรมเนียมเป็นวิธีการที่เล็งเห็นผลได้ถึงการรถปริมาณการใช้ถนน(ไม่ใช่รถปริมาณรถ) เมือถนนมีการใช้ง่ายน้อยลง การเดินทางก็สะดวกขึ้น ปัยหารถติดก็จะแก้ไขได้

แต่แน่นอนว่าต้องมีการทำนโยบายอื่นเสริมเข้าไปด้วยเช่น รถส่งมวลชน และต้องรับแรงกดดันจากประชาชนและยอมเฉือนเนื้อตัวเอง(ของกลุ่มคนใช้รถ ที่เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ) หากต้องการจะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

Comment

Comment:

Tweet

ไอเดีย หล่อมากครับ

#2 By หน่ายรถติด (171.96.18.41) on 2012-03-30 15:14

อยากได้รถไฟฟ้าาาาาาา

ป.ล. เห็นด้วยกับย่อหน้านี้

วิธีการแก้ปัญหาโดยการคิดค่าธรรมเนียมสูงๆแบบนี้แน่นอนว่าผู้ใช้รถจะต้องออกมาต่อต้าน แต่การต่อต้านแบบนี้แปลว่่าพวกเขาได้รับผลกระทบ และหากมีการใช้นโยบายนี้จริง พวกเขาก็จะเลิกใช้รถ การประท้วงแบบนี้จึงมีความหมายแฝงว่า “เป็นนโยบายที่มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง”

#1 By [ Sai ];charot on 2011-08-16 02:46