ปรัชญาการจัดการ โดย Peter F. Drucker

 
 

ในตอนที่แล้ว ได้เกริ่นไปสั้นๆกับ “การเป็นนักฟัง” และ “นักอ่่าน” เกี่ยวกับนายกยิ่งลักษณ์ และนักการเมืองโดยทั่วไป คราวนี้ จะพุดถึงการจัดการตนเองในเรื่องอื่นๆบ้าง

 

คนทำงานต้องรู้จักตนเองโดย

 

รู้จักจุดแข็งของคุณ

 

“ความสำเร็จในสภาวะเศรษฐกิจที่พึ่งพิงความรู้ ย่อมเป็นของผู้ที่รู้จักตนเอง ทั้งด้านจุดแข็ง ค่านิยม และวิธีการทำงานที่ดีที่สุด”

 

จุดแข็งของคุณ คืออะไร

 

Drucker ว่า การที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องรู้จักตนเอง

 

ในด้านจุดแข็ง ไม่ใช่จุดอ่อน เพราะการที่คนเรารู้ว่าอ่อนด่อยแค่ไหน คงจะไม่มีประโยชน์อะไร

 

เราควรจะใช้เวลาไปกับการพัฒนาด้านที่ดีอยู่แล้ว ให้มีความเชี่ยวชาญ

 

การที่เราใช้เวลาไปกับการปับปรุงด้านที่เราไม่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อพัฒนาความอ่อนด้อย ไปสู่ความสามารถระดับกลางๆนั้น ต้องใช้ทั้งเวลา ทรัพยากร และพลังงานอย่างมหาศาล

 

ทั้งๆที่เราควรจะเสียเวลาไปกับส่วนนั้นให้น้อยที่สุด และใช้เวลาส่วนใหญ่ในการพัฒนาด้านที่เก่ง และไปสู่ความเป็นเลิศ -- แน่นอนว่าครู อาจารย์ หรือองค์การส่วนใหญ่ ไม่คิดเช่นนี้

 

แล้วเราจะค้นพบจุดแข็งของตนเองได้อย่างไร

 

วิธีการหนึ่งก็คือ วิธีการวิเคราะห์ผลป้อนกลับ( feedback analysis) วิธีการก็คือ เมื่อตัดสินใจ หรือปฏิบัติงานใดๆ ให้จดสิ่งที่คาดหวังไว้ว่าจะเกิดขึ้น แล้วรออีก 9--12 เดือน เพื่อเปรียบเทียบถึงผลลัพธ์กับความคาดหวัง

 

แน่อนว่าไม่ใช่การทำแค่ครั้งเดียว ต้องมีการทดสอบซ้ำว่า นั้นคือจุดแข็งจริงหรือไม่ แน่อนว่ามันจะแสดงจุดอ่อนของคุณมาด้วย ซึ่งจุดอ่อนก็คือจุดที่คุณไม่สามารถสร้างผลงานอะไรได้เลย

 

หลังจากเราทำ feedback analysis แล้ว เราก็ต้องใช้ประโยชน์พัฒนามันโดยวิธีการเช่นดังต่อไปนี้

 

1. จงพุ่งเป้าไปที่จุดแข็งของคุณ หมายความว่า ให้วางตัวเองไปไว้ ณ จุดที่เป็นจุดแข็ง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดี

 

2. จงทุ่มเท ปรับปรุงจุดแข็งเหล่านั้น แน่นอนว่า เมื่อคุณรู้จุดแข็งของคุณแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นเลิศในด้านนั้น มันยังมีสิ่งที่เรียกว่า “ช่องว่างทางความรู้” อยู่ ซึ่งคุณต้องพัฒนาทักษะ รวมถึงหาทักษะใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับจุดแข็งของคุณ

 

3. ค้นหาจุดหยิ่งทะนงทางปัญญา และเอาชนะมัน มันเป็นเรื่องแน่นอนว่า เมื่อคุณมีความสามารถด้านไหน ก็จะภูมิใจในด้านนั้น และอาจดูถูกความรู้ในด้านอื่นๆ อีกทั้งไม่สนใจในด้านอื่นๆด้วย (จอร์จ โซโรส เรียกว่า เหตุผลวิบัติมายา ซึ่งจะกล่าวต่อไป) ยกตัวอย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ คุณคงไม่ใส่ใจด้านบัญชี และอาจเอาความรู้ด้านบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย ไปจัดการในเรื่องอื่นที่มันใช้ไม่ได้อีกด้วย

คุณจำเป็นต้องศึกษาทักษะและความรู้ เพื่อที่จะได้ใช้ และพัฒนาขุดแข็งของมันอย่างเต็มที่

  

การทำ  feedback analysis  นอกจากจะทำให้รู้ถึงจุดแข็งของตนเองแล้วให้รู้จักด้านไม่ดีของคุณด้วย โดยเฉพาะนิสัย อย่างเช่นการเบื่อง่ายหน่ายเร็ว การขาดความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ หรือกิริยามารยาทพื้นฐาน


Comment

Comment:

Tweet