Brand เวลาเราพูดถึง Brand เรามักจะนึกถึง บริษัท หรือ ยี่ห้อ หรืออะไรก็ตามที่ดูยิ่งใหญ่ใช่ไหมครับ จริงๆแล้ว Brand ที่จะพูดถึงนี้ ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ หรือเป็นของผู้เล่นรายใหญ่เท่านั้น

สำหรับเราๆท่านๆ คนทำมาค้าขายรายย่อยเช่นเรา ก็มี Brand ได้

Brand คืออะไร Brand คือ ชื่อเรียก ตรา หรืออะไรก็ตามที่แสดงความแตกต่างระหว่างเรากับผู้ค้ารายอื่น

แต่ถึงอย่างนั้น ใน Brand นั้น แฝง Value อยู่ด้วย Brand Value ก็คือ คุณค่าภายในตัวสินค้า ที่ลูกค้ามีต่อเรา ไม่ว่าจะเป็นด้านชื่อเสียง ประสบการณ์ หรือ ความรู้สึกพิเศษ

พอมาถึงขั้นนี้ รายย่อยที่ขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต หรือปากต่อปาก คงจะคิดว่า เราแค่ขายของทั่วๆไปจะมี Brand ได้อย่างไร

จริงๆแล้วไม่ใช่หรอกครับ

เพราะ Value ของเรา ก็คือ Brand นั้นเอง

สำหรับหลายๆคน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มักหิ้วสินค้ามาจากต่างประเทศ หรือขายของให้เพื่อนๆ มักจะไม่ค่อยสังเกต ว่าลูกค้า(เพื่อน) ซื้อสินค้าเราเพราะอะไร

ถ้าตอบว่า เพราะเป็นเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง คนรู้จัก คงจะง่ายเกินไป จริงๆแล้ว ที่หลายๆคนซื้อสินค้า เพราะสินค้านั้นมี Value อยู่นั้นเอง และคนที่ก่อให้เกิด Value ก็คือ “คุณ” ผู้ขายนั้นเอง

เพราะเวลารายย่อยๆซื้อสินค้า มักจะซื้อจากความชอบ ความถูกใจส่วนตัว โดยไม่ค่อยได้สังเกตว่า แต่ละอย่างที่ซื้อๆมา มันคล้ายๆกันหมดนั้นละ คล้ายๆกันที่ว่าคือในเชิง Style หรือแนวของสินค้า

บางคนชอบหิ้วเครื่องสำอางแนวเน้น ขาว ใส คนขายเสื้อผ้า บางคนเน้นแนว นำTrend ลุกค้าเวลามาซื้อสินค้าจากเรา ก็จะเกิด Value ที่ว่า ของๆเรา ใช้แล้วต้อง ขาวใส จ้อง นำTrend อย่างแน่นอน

แต่ลองสังเกตดูว่า เวลาที่เรานำสินค้าที่แปลกแหวกแนวจากเดิม มักขายไม่ค่อยออก นั้นก็เพราะ Value มันผิดกัน(ถ้าจะให้ขายออก ก็จะต้องทำการตลาด ถ้าทำผิด คือ เชิงชวนเชื่อ ก็จะเสียหายได้)

ในทางกลับกัน ร้านค้าที่ขายของแนวมีทุกอย่าง ทุกแบบ ถ้ามีไม่จริง ก็จะเกิดคำถามที่ว่า “ร้านนี้ขายอะไร?” จะแนววัยรุ่นก็ไม่ใช่ จะแนวผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง ลุกค้าก็เลยหายไปหมด ยอมไปซื้ออีกร้านที่แน่ใจแล้วว่าเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มของตนดีกว่า

เวลาขายของในอินเตอร์เนตก็เช่นกัน เช่นขายหนัง(จะแท้หรือปลอมก็อีกเรื่องหนึ่ง) เราอาจจะทำร้านที่ขายหนังทุกแนวเลยก็ได้ แต่ถ้าเราขายหนังที่เน้นเฉพาะแนวเช่น “รักเศร้าๆ” เวลาลุกค้าต้องการซื้อหนังซักเรื่องหนึ่ง แนว “รักเศร้าๆ” ลูกค้าจะเข้าร้านไหนระหว่าง “หนังทุกเรื่อง” กับ “หนังเฉพาะแนว” ต้องเข้าใจว่า ลุกค้าแค่อยากดูหนังประเภทนั้น แต่ไม่รู้เอาเรื่องอะไรดี ร้านที่เป็นหนังเฉพาะแนวจะถูกการันตีใน Value มาแล้วว่า “มี” และ “ดี” แน่นอน ดังนั้น โอกาสที่จะขายออกจึงมีมากกว่า
จะเห็นได้ว่า เวลาขายของ เราไม่ได้ขายแค่ตัว “สินค้า” เราจะพ่วง “Value” เข้าไปด้วยเสมอ ไม่ว่าตัวเราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่คนที่รู้ตัวแน่ๆคือ ลูกค้า ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยปริยาย เมื่อพูดถึง Value นี้ เขาจะนึกถึงเราเสมอ

ดังนั้นแล้ว สำหรับคนที่จะเริ่มขายของ ควรคิดให้ดีก่อนว่า Value ที่เราจะ”สื่อ” นั้นคืออะไร ไม่ใช่ขายทุกอย่าง ถ้าผลสุดท้ายมันไม่ทุกอย่างจริง กิจการคงจะไปไม่รอด
สำหรับคนที่ขายอยู่ ควรหันมามองถึง Value ของตัวเอง สินค้าอะไรที่ไม่ใช่ Value ของเรา และขายไม่ค่อยออกจะทำอย่างไร หรือควรจะปรับร้าน หรือวิธีการขายให้ตรงกับ Value ของเรามากที่สุด
ทีนี้ เวลาลุกค้าจะซื้อสินค้า ต้องนึกถึง “คุณ” เป็นคนแรกอย่างแน่นอน

Comment

Comment:

Tweet