ปมพระเจ้า หรือ God complex คำนี้อาจไม่คุ้นหูกับใครหลายๆคน เพราะเป็นคำใหม่ที่ไม่ค่อยมีใครใช้ แต่ “ปมพระเจ้า” คืออะไร “ปมพระเจ้า” คือ ติ่งเล็กๆในหัวของเราว่า ความคิดเราดี ถูกต้อง ยากจะโต้แย้งได้ เมื่อเราคิดอะไรก็ตามจะมีพระเจ้าตัวน้อยๆเหล่านี้วนเวียนอยู่ในสมองเรา จนไม่ฟังความคิดของคนอื่น

                การมี “ปมพระเจ้า” อยู่ในหัวทางหนึ่งอาจจะคิดว่าดี เพราะถ้าใครตัดสินใจอะไรไปก็ตามโดยไม่คิดว่ามันถูกต้อง การตัดสินใจนั้นก็คงไม่มีประสิทธิภาพและขาดความน่าเชื่อถือ

                แต่ในอีกทางหนึ่ง “ปมพระเจ้า” ปิดกั้นโอกาสต่างๆในการเรียนรู้ของเรา คนที่มี “ปมพระเจ้า” อยู่ในตัวเยอะๆ เวลามีคนโต้แย้งก็มักจะไม่ฟัง ไม่ว่าคำโต้แย้งนั้นจะมีเหตุผลเพียงใดก็ตาม อีกทั้ง “ปมพระเจ้า” ยังปิดกั้นโอกาสอันแสนพิเศษที่เรียกว่า “Trial and Error” การลองผิดลองถูกด้วย

                ในโลกเรานี้คงไม่มีใครปฏิเสธว่า กว่าเราจะมีวันนี้ได้เราผ่าน “การลองผิดลองถูก” มาแล้วเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างหลอดไฟ เครื่องบิน ตำรา หรือวิชาการต่างๆ คนที่คิดค้นเรื่องเหล่านี้ จะไม่มีวันคิดค้นได้เลยถ้ามี ปมพระเจ้า อยู่ในหัว ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการ Trial and Error

                แล้วทำไมถึงจั่วหัวว่า  “ความผิดพลาดดีๆมีน้อยเกินไป” ลองคิดดูถึงการเรียนในสถานศึกษาของในชีวิตประจำวันของเราถูก เราล้วนแต่ถูกป้อนคำถามที่มีใจความสำคัญว่า “จงเลือกคำตอบที่ถูกทีสุด” ใครคิดต่างเท่ากับผิด ทั้งๆที่ในกระบวนการ Trial and Errorแล้ว ไม่มีคำตอบไหนที่ถูกที่สุด และคำตอบที่ถูกต้องใช้ว่าจะมีคำตอบเดียว

                ด้วยระบบสถานศึกษาที่เน้นการท่องจำ ไม่ใช่การคิดวิเคราะห์ ทดลอง สรุปและขยายผล สุดท้ายแล้ว ความคิดที่ได้ว่าก็ล้วนแต่เป็นความคิดเดิมๆ น่าเบื่อ ซ้ำซาก ไม่ได้สร้างองค์ความรู้ใหม่ และไม่มีการกระตุ้นตั้งแต่วัยเยาว์ในการเรียนรู้ และด้วยระบบนี้ ผู้เรียนก็จะคิดหาถึง “คำตอบที่ถูกที่สุด” อยู่เสมอ เป็นการสร้าง “ปมพระเจ้า” เล็กๆขึ้นในหัวว่า ถ้าใครไม่คิดตามตำรา ตามกรอบความคิดเดิมๆ คนนั้นย่อมผิด จนคนเหล่านี้ไม่ยอมรับความคิดใหม่ จะยอมรับก็ต่อเมื่อมันได้พิสูจน์โดยคนส่วนใหญ่แล้วว่ามันถูก แต่กว่าจะถึงตอนนั้น มันคงสายเกินไปแล้วในโลกธุรกิจ

ดังนั้นถ้าใครคิดอยากจะปฏิรูปการศึกษาให้เน้นการคิดวิเคราะห์ อย่างแรกสุดก็คือ การสร้างกระบวนการ Trial and Error ไว้ในหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นสังคมศึกษา การทดลองถึงระบบการปกครองที่ดีที่สุดก็คือ ให้นักเรียนปกครองกันเองจริงๆ แล้วมาเลือกกันว่า “อะไรดีที่สุด” ไม่ใช่สอนแค่ว่า “ประชาธิปไตยดีที่สุด” โดยที่ไม่เคยสัมผัสมันจริงๆ

แต่ทั้งนี้ Trial and Error ไม่ชากระบวนการที่ทำซ้ำไปซ้ำมาเหมือนหนูถีบจักร แต่เป็นการวิเคราะห์ถึงความผิดพลาด และนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาต่อไป

แล้วเราจะหลุดจาก “ปมพระเจ้า” ได้ยังไง ถ้าอยากได้คำตอบแบบเชิงปรัชญา จอห์น รอลส์ ก็ได้อธิบาย ให้เราหาคำตอบจาก “เบื้องหลังม่านแห่งอวิชชา” ถือเสมือนว่า เราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผล ไม่เกี่ยงเพศ ศาสนา อายุ แล้วเราจะได้คำตอบจากคำถามนั้นว่าอะไร ซึ่งคำตอบนั้นจะเป็นคำตอบที่ “เป็นกลาง” โดยไม่มีอะไรมายุ่งเกี่ยว เมื่อนั้นเราจะหลุดพ้นจาก “ปมพระเจ้า”

หรืออย่างง่ายสุดคือ หาหนังสือมาอ่าน ให้รู้ว่าโลกเรายังมีความรู้ที่เราไม่รู้อีกเยอะ ยังมีการทดลองที่หาคำตอบกับอะไรอีกหลายๆอย่าง นอกเหนือจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเราคุ้นเคยกันดี หรือเราจะทำการทดลองเองก็ได้ โดยเอาอาชีพการงานของตนเป็นที่ตั้ง หาคำตอบให้กับอะไรหลายๆอย่างที่เราสงสัย แน่นอนว่ามันย่อมมีความผิดพลาดบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็น “ความผิดพลาดดีๆ” ที่จะต่อยอดความคิดเราต่อไป

ดังนั้นแล้ว เรามาหลุดพ้นจกปมพระเจ้า แล้วสร้าง “ความผิดพลาดดีๆ” กันเถอะครับ…

Comment

Comment:

Tweet